ความภาคภูมิ

มีดพกม้งคมกริบขนาดพอเหมาะมือ แทงเข้าคอของหมูดอยตัวน้อยอายุไม่เกิน 8 เดือน เฉือนเข้าเส้นเลือดใหญ่อย่างแม่นยำด้วยความชำนาญของผู้ใช้มีด ผมได้ยินเสียงหมูน้อยกรีดร้องขึ้นมาสุดเสียง รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปดู เห็นพี่เขากำลังเอากะละมังรองเลือดที่ไหลออกมาเป็นสายจากแผลที่คอของหมูน้อย หมูน้อยตาเบิกโพลง พยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิตแต่ก็ขยับไปไหนไม่ได้มากนักเพราะเชือกที่มัดเท้าทั้งสี่โยงมาถึงปากนั้นแน่นเกินกว่ากำลังขัดขืนของหมูน้อย ไม่เกินนาทีทุกอย่างก็จบลงอย่างสงบ

“วันนี้จะฆ่าหมูหื้อกิ๋น”

นั่นเป็นคำทักทายชุดแรกๆ โดยแม่ของเพื่อนใหม่ที่เพิ่งพบกันไม่เกิน 45 นาทีก่อนที่หมูน้อยตัวนั้นจะถูกเลือก

Continue reading “ความภาคภูมิ”

เช็คตั๋ว Ghibli Museum ผ่านอินเทอร์เน็ต

Ghibli Museum นี่เป็นจุดสำคัญในการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นสำหรับหลายๆ คน ที่ว่าสำคัญก็เพราะว่า

  1. ต้องจองตั๋วล่วงหน้า
  2. จะจองได้ต้องไปที่ Lawson ในญี่ปุ่นสาขาที่มีตู้ Loppi เท่านั้น
  3. ตั๋วจะขายล่วงหน้าแค่ 3 เดือน
  4. แต่ละวันที่เปิดทำการจะเปิดให้เข้าชมแค่วันละ 4 รอบ
  5. มันฮิตมาก ตั๋วเลยเต็มเร็วมาก

Continue reading “เช็คตั๋ว Ghibli Museum ผ่านอินเทอร์เน็ต”

เที่ยว Shirakawa-go

ถ้าไปญี่ปุ่นและมีเวลาเหลือ ลองหาโอกาสออกไปชนบทไกลๆ ครับ ข้อดีของญี่ปุ่นคือไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมืองการเดินทางก็สะดวกพอๆ กัน เลยได้มีโอกาสไปนอนที่หมู่บ้านชิระคะวะ ชิระคะวะเป็นหมู่บ้านในจังหวัดกิฟุ จุดเด่นคือเป็นหมู่บ้านที่ยังคงมีการอนุรักษ์บ้านแบบ Gasshō ซึ่งเป็นบ้านแบบโบราณอยู่และเป็นเมืองมรดกโลกของ UNESCO ตัวหมู่บ้านเองไม่ค่อยมีอะไรมาก แต่ที่น่าสนใจและสวยคือวิวที่หมู่บ้านและระหว่างทางในช่วงปลายเดือนกันยายนซึ่งตื่นตาตื่นใจคนจากป่าฝนเขตร้อนอย่างเราครับ ## การเดินทาง วิธีการเดินทางหมู่บ้านชิระคะวะนั้นไม่ยาก สามารถเดินทางได้จากทั้ง โตเกียว นะโงะยะ โอะซะกะ คะนะซะวะ แต่กรณีนี้ผมเดินทางจาก โอะซะกะ จึงต้องต่อหลายต่อหน่อย โดยแบ่งการเดินทางเป็น 2 ช่วง คือ รถไฟจาก โอะซะกะ ถึง ทะคะยะมะ การเดินทางช่วง โอะซะกะ – นะโงะยะ นี่ก็นั่งชินคังเซ็นทั่วไป แต่จุดเด่นคือช่วง นะโงะยะ – ทะคะยะมะ ที่เป็นรถ HIDA ที่มีจุดเด่นเรื่องช่องหน้าต่างใหญ่เป็นพิเศษเพื่อจะได้ชมวิวกันชัดๆ DSC01945.jpg นั่งๆ ไปก็จะได้ชมวิวประมาณนี้ นั่งรถไฟอยู่ 156 นาทีก็แก้เบื่อได้ดี

สถานีทะคะยะมะเป็นสถานีเล็กๆ เดินตามเขาไปก็เจอทางออกสบายๆ

DSC01948.jpg

จากนั้นก็ต้องไปต่อรถบัสครับโดยมีรถบัสยี่ห้อ โนะฮิ รอบ 12:50 ที่เป็นรถด่วน ลองเช็คหลายๆ แหล่งเขาแนะนำให้โทรไปจองก่อนก็ไม่มีปัญหาอะไร เจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์พูดภาษาอังกฤษได้

พอไปถึงทะคะยะมะ ออกมาจากสถานีรถไฟก็จะเจอท่ารถบัสอยู่ด้าน~~ขวา~~ซ้ายเลย

DSC01949.jpg

เดินเข้าไปรับบัตรโดยสารแล้วก็รอรถมา

DSC01950.jpg

ทะคะยะมะ ถึง ชิระคะวะ-โกะ ใช้เวลาเดินทาง 50 นาทีก็ถึง ก็ไปเช็คอินที่บ้านพักครับ รอบนี้มาก็ใช้บริการ Japan Guesthouse เหมือนเดิม โชคไม่ดีวันที่เข้าพักเป็นวันศุกร์บ้านที่อยู่ใกล้ๆ ศูนย์กลางหมู่บ้านเต็มหมดแล้ว เลยได้บ้านที่อยู่ขอบหมู่บ้านเลย ชื่อ โนะดะนิยะ

DSC01956.jpg

ตัวที่พักเองไม่มีอะไรมากเป็นห้องธรรมดาปูเสื่อทะตะมิ มีห้องโดราเอม่อนไว้เก็บของ วิวหลังห้องเป็นทุ่งนา สบายๆ สโลว์ไลฟ์

DSC01954.jpg

เช็คอินแล้วก็ไปเดินสำรวจหมู่บ้าน มีนักท่องเที่ยวกระจายอยู่ทั่วหมู่บ้านเพราะมีทัวร์วันเดียวมาแวะกันค่อนข้างมาก

DSC01957.jpg

จุดเด่นของบ้านคือหลังคาทำจากฟางหนาเกือบเมตร

DSC01962.jpg

ในน้ำมีปลา

DSC01987.jpg

ในนามีข้าว

DSC01982.jpg

จุดเด่นที่สุดของหมู่บ้านชิระคะวะคือจุดชมวิวที่มองเห็นทั้งหมู่บ้าน เคยเห็นรูปในฤดูหนาวเป็นทุ่งหิมะ มาหน้าร้อนเจอทุ่งนาและป่าสนเขียวๆ ขนาดวัวตายควายล้มเลยครับ

DSC01974.jpg

เดินเล่นไปเรื่อยจนถึงตอนค่ำ เจ้าของบ้านก็จัดอาหารเย็นให้ทาน แต่ไม่ทันได้ถ่ายรูปเพราะวู่วามหิวมาก อาหารไม่ดีเท่าตอนไปทะซะวะโกะ แต่ก็อร่อยดี ทานอาหารเย็นเสร็จก็มืดพอดี ก็ต้องไปออนเซ็น ตอนจะออกเจ้าของบ้านบอกว่าอย่าลืมเอาไฟฉายไปด้วย เราก็สงสัยเอาไปทำไม ปรากฎว่ามันมืดมากและเงียบมาก จากที่พักเดินไปออนเซ็ยนก็ประมาณ 10 นาที โอยไม่นึกว่าตอนกลางคืนจะเปลี่ยวขนาดนี้ แต่ก็ปลอดภัยดี

DSC02011.jpg

ออนเซ็นเปิดถึงสี่ทุ่ม

DSC02009.jpg

ตอนเช้าก็ต้อง Check-out ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ไปเดินซื้อของฝากนิดหน่อยแล้วก็กลับรถบัสโนะฮิเช่นเดิม แต่ขากลับผมไปทางคะนะซะวะเพื่อไปต่อชินคังเซ็นโฮะคุริคุเข้าโตเกียว สรุปคือหมู่บ้านชิระคะวะนี่สวยมาก หากชอบธรรมชาติเขียวๆ แนะนำให้ไปช่วงปลายเดือนกันยายนนี่แหล่ะครับ ข้าวกำลังออกรวงสวยเลย

DSC01973.jpg

ตัวหมู่บ้านเองก็มีเว็บไซต์พร้อมทั้งแผนที่เป็นภาษาไทย! ที่ศูนย์ท่องเที่ยวหมู่บ้านก็มีเจ้าหน้าที่พูดภาษาไทยได้ด้วย สะดวกมากครับ

Add Disqus to Ghost Blog

Last update October 9 2015:
This patch is based on Casper version 1.2.5 and will be updatd regulary to reflect new version of Casper and Disqus’ code snippet.


I’ve been using Ghost for sometime and it’s fun to do unnecessarily complex things to accomplish simple things. Adding Disqus to Ghost is one of that.

This patch has been created for adding Disqus to Ghost.

This code snippet is based on “How do I add Disqus to my Ghost blog?” and shared for Ghost user’s convenience.

How to apply patch

  1. Download this snippet.
  2. Find variable disqus_shortname, replace this with your site’s Disqus short name then save patch file
  3. Download Casper
  4. Apply the patch cat casper-disqus.patch|patch -p0
  5. Enjoy!

Star Wars: Battlefront

เห็นแล้วน้ำตาไหล เพราะตั้งแต่ Star Wars: Rouge Squadron ก็ไม่เคยเล่นเกมใน francise Star Wars แบบจริงจังอีกเลย ตัวเนื้อเรื่องจะอยู่ในช่วง Galactic Civil War ในไตรภาคเดิม เกมออกช่วงปลายปีบน PC/XBOX ONE/PS4 ดูตัวอย่างแล้วอยากเล่นวันนี้เลย

แช่น้ำร้อนที่ Yamanoyado Bekkan

จาก[ตอนที่แล้ว][1] เราจองออนเซ็นผ่านอินเทอร์เน็ตได้ Yamanoyado Bekkan(山の宿)เมื่อเสร็จงานแล้วได้เวลาไปแช่ [Nyuto Onsen][2] หนึ่งในสุดยอดบ่อน้ำร้อนลับของญี่ปุ่นกันเสียที วิธีการเดินทางไป Nyuto Onsen ก็สะดวกมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ก็สามารถขึ้น Shinkansen ลงสถานีทะซะวะโกะ (Tazawako – 田沢湖) กรณีผมเดินทางจากสถานีเซ็นได (Sendai – 仙台) ก็ขึ้นน้องเป็ดแดงโคะมะจิ ระยะทางแค่ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึง เนื่องจากผมตัดสินใจเอากระเป๋ายักษ์ติดไปด้วย แต่ไม่อยากลากไปจนถึงที่พัก เลยตั้งใจจะเอาไปฝากไว้ที่ล็อคเกอร์ที่สถานีทะซะวะโกะ แต่ปรากฎว่าตัวสถานีเองเล็กกระจิ๊ดเดียว ในสถานีเลยมีล็อคเกอร์ฝากของบนพื้นที่เท่าแมวดิ้นตายและใส่กระเป๋ายักษ์ไม่ได้…

IMG_8370.jpg

แต่ยังโชคดีที่ข้างนอกสถานีมีตู้ขนาดใหญ่อีกหน่อยหนึ่ง อ่านๆ มั่วๆ ดูแล้วเข้าใจว่าฝากได้ติดต่อกัน 72 ชั่วโมง เลยลองฝากไว้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เนื่องจากตอนไปไม่ได้เช็คอากาศแบบละเอียดนัก พอจะรู้ว่าอากาศจะเย็นๆ เลยยัดเอาเสื้อกันหนาวแบบหนาๆ ใส่ในกระเป๋ายักษ์ทั้งหมดเพื่อที่จะพบว่าต้นฤดูใบไม้ผลิที่ทะซะวะโกะนั้นยังคงมีหิมะสูงท่วมหัว…

DSC01835.jpg

ข้อดีของ Yamanoyado Bekkan คือเป็นส่วนแยกจาก Tsurunoyu จึงใช้น้ำร้อนจากแหล่งเดียวกันมาทำเป็นบ่อส่วนตัว (แต่ต้องต่อคิว มาก่อนได้ก่อน) แต่ข้อเสียคือแพงกว่า Tsurunoyu ไปอีกตั้ง 2 เท่า 😓 แต่เมื่อเทียบกับวิวและความเป็นส่วนตัวแล้วก็พอไหว

DSC01828.jpg

ผู้เข้าพักที่ Yamanoyado Bekkan เองก็สามารถนั่งรถบัสไปแช่ที่ Tsurunoyu ได้ฟรี บรรยากาศก็อลังการไปอีกแบบหนึ่ง

DSC01847.jpg

อาหารเองก็เป็นอาหารอะไรบ้างก็ไม่รู้ แต่เหมือนในการ์ตูนที่มักจะเจอในฉากชนบทหน่อย ที่จะมีหลุมจุดไป ปิ้งปลาไว้ข้าง อันนี้เป็นหมู ลูกชิ้น เห็ดย่าง

DSC01853.jpg

ปลาย่าง เหมือนในการ์ตูนเลย

DSC01854.jpg

เนื่องจากหิวมากเลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้ รู้ตัวอีกทีเขาก็เสิร์ฟซุปปิดท้ายให้เลย อันนี้ก็เหมือนการ์ตูน

DSC01855.jpg

สรุปไปนอนอยู่คืนหนึ่ง แช่น้ำร้อนบ่อส่วนตัวไป 3 รอบ (บ่าย ค่ำ เช้า) แล้วก็แช่บ่อรวมของ Tsurunoyu ไปอีก 1 รอบตอนเย็น อาหารการกินสมบูรณ์ดี บรรยากาศดีมาก ไม่รู้ว่าไปฤดูอื่นจะสวยแบบนี้หรือเปล่า

DSC01866.jpg

ทุกอย่างดีและประทับใจหมด เสียอยู่อย่างเดียว ราคามันเกินงบที่ตั้งไว้ไปหน่อย

วิธีจอง Nyuto Onsen ผ่านอินเทอร์เน็ต

เมื่อช่วงกลางเดือน มี.ค. 2558 ต้องไป[ทำงาน][1]ที่[จังหวัดมิยะงิ][2] ประมาณสิบกว่าวันหลังจากนั้นจะมีเวลาว่างอยู่สองวัน ไหนๆ ก็อยู่ญี่ปุ่นแล้วเลยต้องหาโอกาสไปแช่บ่อน้ำร้อนให้ได้ ก่อนเดินทางก็ลองวิจัยจากหลายๆ ที่แนะนำให้ไปที่ Nyoto Onsen ซึ่งอยู่จังหวัดอะกิตะ ที่อยากเขียนเก็บไว้คือวิธีการจอง Nyoto Onsen ซึ่งเท่าที่ค้นเจอในหลายๆ ที่จะเจอข้อมูลคล้ายๆ กันคือการจองทำได้ค่อนข้างยากเพราะต้องโทรศัพท์ไปที่ที่เราอยากพักและต้องใช้ภาษาญี่ปุ่น (พ่อหนุ่มที่เคยไปที่เดียวกันให้เพื่อนที่ญี่ปุ่นจองให้) โชคดีที่โลกนี้มีอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ Japan Guest Houses วิธีจองก็ไม่ค่อยตรงไปตรงมาสักเท่าไร เพราะต้อง “สอบถาม” ก่อนว่าไอ้ที่ที่เราอยากไปนั้นมีที่ว่างในวันที่เราอยากไปหรือเปล่า ก็กด Request Availability ไป

เมื่อกดไปแล้วก็จะมีฟอร์มให้กรอกนิดหน่อยว่า โดยให้ระบุวัน Check-in/Check-out จำนวนผู้ใหญ่เพศชาย/หญิง, จำนวนเด็กเพศ, จำนวนห้อง และ ระบุความต้องการอื่นๆ เช่น อาหารที่แพ้ ฯ

รอสักพักก็จะมีเจ้าหน้าที่แจ้งมาว่าได้หรือไม่ได้ อย่างกรณีนี้ผมอยากพักที่ Tsurunoyu(鶴の湯)แต่ว่าไม่ว่าง เจ้าหน้าที่ของ Japan Guest Houses ก็จะถามว่ายังอยากได้ที่อื่นไหมเขาจะเช็คให้ ก็แจ้งไปว่าอยากได้แบบไหนแทน อย่างกรณีนี้ผมก็บอกไปว่าที่ไหนก็ได้ที่มี บ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง รออีกสักพักเขาก็จะตอบกลับมา อย่างของผมก็จะได้เป็น Yamanoyado(山の宿)ที่เป็นตัวเรือนแยกของ Tsurunoyu (แต่แพงกว่า) แทน ทาง Japan Guest Houses ก็จะให้เวลาเรานิดหน่อยในการตัดสินใจ หากตกลงปลงใจแล้วก็ให้ข้อมูลบัตรเครดิตไป ซึ่งก็เสียวๆ นิดหน่อย แต่สุดท้ายไม่มีปัญหาอะไรเพราะทางนั้นแจ้งว่าเอาไว้เผื่อเราเบี้ยวเฉยๆ เพราะสุดท้ายเราต้องไปจ่ายค่าห้องเป็นเงินสดตอน Check-out อยู่ดี ที่เว็บ Japan Guest Houses เองก็รับจองเรียวกังที่อื่นๆ ด้วย หวังว่าจะช่วยให้นักท่องเที่ยวสายวางแผนเองได้อีกเปลาะหนึ่งครับ

ติดตั้ง AIS Femtocell

เนื่องจากต้องมาอยู่ในที่ที่สัญญาณโทรศัพท์ AIS อ่อนมาก โทรแจ้ง Call Center เพื่อให้มาตรวจสอบสัญญาณก็ได้ความว่ายังไม่ได้ขยายสัญญาณให้ครอบคลุมจึงเสนอให้ยืมใช้ Femtocell เพื่อขยายสัญญาณ ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าสามารถไปรับได้ที่ AIS Shop แค่ไม่กี่สาขาเท่าที่จำได้ก็คืออยู่รอบนอกกรุงเทพฯ เกือบทั้งหมด สาขาเดียวที่ใกล้รถไฟฟ้าคือที่ AIS Tower 2 (ชินวัตร Tower 2 เก่า) หลักการของ Femtocell คือจะทำตัวเป็นเสาสัญญาณของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (กรณีนี้คือ AIS 3G) ซึ่งจะใช้งานได้ในรัศมีไม่เกิน 15 เมตร ใช้งานไม่เกิน 8 เครื่อง โดยที่อยู่เราต้องมีอินเทอร์เน็ตที่ความเร็วไม่ต่ำกว่า 8Mbps ตัว Femtocell ที่ AIS ให้ยืมมาเป็นของ Alcatel-Lucent อุปกรณ์ก็มีนิดเดียวตามรูป

อุปกรณ์ Femtocell ของ AIS

วิธีการติดตั้งก็สามารถอ่านตามคู่มือ (ภาษาอังกฤษ) ได้เลย มี 2 ขั้นตอนคือ เสียบสายไฟ และ เสียบสายแลนเข้ากับ Router อินเทอร์เน็ต

วิธีการติดตั้ง Femtocell ของ AIS

เมื่อเสียบทุกอย่างแล้วก็อาจจะต้องรอสักพักหนึ่งให้ตัว Femtocell อัปเดทตัวเอง ทำโน่นนี่ไปสัก 10 – 15 นาที พอเห็นแสงรูปสัญญาณโทรศัพท์ขึ้นก็สามารถงานได้ทันที ซึ่งก็เห็นผลทันตาระหว่างก่อนติดตั้งและหลังติดตั้ง

เปรียบเทียบก่อนและหลังติดตั้ง Femtocell

หลังติดตั้งก็สงสัยว่าทำไมข้อกำหนดการให้ Femtocell ของ AIS ถึงเป็นการ “ให้ยืม” ค้นไปเจอทวีตนี้จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม หายสงสัยทันที

วิ่งในโตเกียว

หนึ่งปัญหาของชีวิตที่เจอบ่อยๆ คือหาที่วิ่งยากเวลาต้องเดินทางไปต่างเมือง คราวนี้มา~~เที่ยว~~ทำงานญี่ปุ่นสองสัปดาห์ จึงต้องหาที่วิ่งให้สมกับที่พลาดจับฉลาก Tokyo Marathon 2015 สักหน่อย ค้นไปเจอเว็บนี้ซึ่งแนะนำให้ไปวิ่งรอบพระราชวังอิมพีเรียล เลยพบว่าอย่างน้อยที่โตเกียวมี facility รองรับคนวิ่งออกกำลังกายพอสมควร เลยจดไว้เผื่อใครจะมาวิ่งบ้าง ตามปกติถ้าอยู่ที่เมืองไทย โดยมากผมก็มักจะใส่ชุดวิ่งแล้ววิ่งไป/กลับจากสถานที่วิ่งเลย แต่งวดนี้พอดีที่พักอยู่ชินจูกุซึ่งไกลจากตัวพระราชวังอยู่พอประมาณ การจะใส่ชุดวิ่งที่ชุ่มเหงื่อขึ้นรถไฟก็คงจะไม่เหมาะนัก โชคดีที่ค้นเจอเว็บนี้ เลยรู้ว่าแถวๆ สถานที่ที่มีคนไปวิ่งเยอะๆ เขาจะมีจุดที่เรียกว่า Runners Station ซึ่งก็จะให้บริการตู้เก็บของ ห้องอาบน้ำแยกชายหญิง ซึ่งเหมาะมากๆ กับ lifestyle ของมนุษย์เงินเดือนนักวิ่งสุดๆ Runners Station ที่ไปลองคราวนี้ชื่อ Joglis ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของพระราชวังฯ ครับ สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดก็คือ Hanzōmon เดินออกประตู 2 ตามหาตึก Tokyo FM แล้ว Joglis จะอยู่ใต้ตึกเลย TFM เลย

TFM x asics = Joglis

ตึก Tokyo FM อยู่ตรงข้ามพระราชวังฯ เลย

เนื่องจากผู้สนับสนุนหลักของ Joglis คือ asics ดังนั้นก็จะมีส่วนขายอุปกรณ์ของ asics กันตามธรรมเนียม

TFM x asics = Joglis

ค่าเข้าใช้ก็ 750 เยนสำหรับผู้มาเยือน ผมเข้าใจว่าเขามีสมาชิกแบบจริงจังซึ่งราคาเฉลี่ยน่าจะถูกกว่านี้ สิ่งที่ได้ก็คือตู้เก็บของพร้อมกุญแจ, สิทธิการใช้ห้องอาบน้ำ + สบู่และแชมพู วันธรรมดาเปิดถึงสี่ทุ่มครึ่ง แต่วันเสาร์และอาทิตย์ (หรือวันหยุดราชการ) ปิดทุ่มและหกโมงเย็น ตามลำดับ ส่วนเส้นทางวิ่งรอบพระราชวังฯ นั้นดีมากเพราะว่าเป็นเส้นทางวิ่งที่ไม่ตัดกับถนนใดๆ เลย ซึ่งทำให้วิ่งสนุกมาก ยิ่งเจอกลุ่มสาวๆ ที่วิ่งเร็วกว่าแซงเราไปบ่อยๆ ก็ช่วยให้เรารู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ผลการวิ่งในสิ่งแวดล้อมใหม่ก็เลยทำให้สามารถวิ่ง 10 กิโลเมตรด้วยเวลาต่ำกว่า 1 ชั่วโมงได้แล้ว (เฮ)

เส้นทางวิ่งรอบพระราชวัง

สถานที่ใกล้เคียงแบบนี้ที่บ้านเราคงเป็นรอบตำหนักสวนจิตรลดาครับ

เพชรพระอุมา

ปกติแล้วไม่ค่อยจะอ่านหนังสือแนวนิยายสักเท่าไร นับจากหนังสือชุดแฮรี่ พอตเตอร์แล้วก็เพิ่งมาได้อ่านเพชรพระอุมานี่แหล่ะ เนื่องในโอกาสที่อ่านจบก็ขอจดเก็บไว้เสียหน่อย เพชรพระอุมาเป็นหนังสือที่อยากได้มาเป็นสมบัติส่วนตัวมานานมากแล้ว แต่ก็ทำใจซื้อไม่ลงเพราะว่าไม่มีที่เก็บ จนเมื่ออมรินทร์ได้ลิขสิทธิ์มาทำ e-book เลยได้โอกาสซื้อเก็บไว้ สิ่งที่ชอบที่สุดคงเป็นปกใหม่ที่ออกแบบแนวเรียบๆ สวยมาก ตัวนิยายเองถ้าลดรูปมาก็คงเป็นนิยายธรรมดาที่สามารถอธิบายได้ด้วยรูปนี้

เนื้อหาของเพชรพระอุมา

แต่จุดเด่นของเพชรพระอุมาที่สนุกมากในครึ่งแรก เล่มที่ 1 – 24 คือการบรรยายเนื้อเรื่องที่ละเอียด การอิงความสมจริงตามสถานการณ์และบริบท การตัดฉากที่อ่านไปก็สามารถจินตนาการเป็นฉากหนังในหัวได้ทันที แต่น่าเสียดายที่ครึ่งหลัง เล่มที่ 25 – 48 ตัวเหตุการณ์และบริบทอ่อนมากจนไม่ค่อยสนุก แต่ความโดดเด่นของการบรรยายฉากยังคงอยู่จึงยังพอถูไถไปได้ อันนึงที่น่าสนใจคือ เรื่องการเปรียบเทียบการได้รับแรงบันดาลใจของ เพชรพระอุมา จาก King’s Solomon’s Mines โดยเฉพาะจดหมายโบราณต้นเหตุของเรื่อง ก็จะเห็นได้ชัดถึงการใช้วัฒนธรรม Remix ในการสร้างวรรณกรรมสนุกๆ ให้เราได้อ่านกัน

จดหมายโบราณใน King’s Solomon’s Mines

I, José da Silvestra, who am now dying of hunger in the little cave where no snow is on the north side of the nipple of the southernmost of the two mountains I have named Sheba’s Breasts, write this in the year 1590 with a cleft bone upon a remnant of my raiment, my blood being the ink. If my slave should find it when he comes, and should bring it to Delagoa, let my friend (name illegible) bring the matter to the knowledge of the king, that he may send an army which, if they live through the desert and the mountains, and can overcome the brave Kukuanes and their devilish arts, to which end many priests should be brought, will make him the richest king since Solomon. With my own eyes I have seen the countless diamonds stored in Solomon’s treasure chamber behind the white Death; but through the treachery of Gagool the witch-finder I might bring nought away, scarcely my life. Let him who comes follow the map, and climb the snow of Sheba’s left breast till he reaches the nipple, on the north side of which is the great road Solomon made, from whence three days’ journey to the King’s Palace. Let him kill Gagool. Pray for my soul. Farewell.

José da Silvestra

จดหมายโบราณในเพชรพระอุมา

ข้าพเจ้า มังมหานรธา ผู้ซึ่งกำลังจะตายอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว ด้วยความหิวและความเจ็บไข้ ในถ้ำเล็กๆ ทางด้านเหนือของเต้านมด้านใต้สุดของภูเขาสองลูก ข้าพเจ้าขอให้ชื่อมันว่า “ถันพระอุมา” ข้าพเจ้าได้เขียนข้อความนี้ขึ้น ณ ปี พุทธศักราช 2120 ด้วยเศษกระดูกของจะงอยปากนก สิ่งที่ข้าพเจ้าใช้เขียน ส่วนหนึ่งของย่ามติดตัวที่ทำด้วยหนัง โดยใช้เลือดของข้าพเจ้าเองแทนหมึก หากทาสของข้าพเจ้ามาพบมัน ขณะที่เขามาตามหาข้าพเจ้า เขาจะได้นำมันกลับไปยังเมาะลำเลิง ขอให้สหายของข้าพเจ้า…(ชื่ออ่านไม่ออก) จงนำเอาเรื่องราวนี้ ขึ้นกราบบังคมทูลต่อพระเจ้ากรุงหงสาวดีผู้ทรงพระปัญญา เพื่อพระองค์จะได้เสร็จยาตราทัพมาตามลายแทงนี้ หากว่ากองทัพของพระองค์ไม่แหลกลาญเสียก่อนในป่าดงขุนเขาอันกว้างใหญ่ กันดาร และลี้ลับไปด้วยสรรพอันตราย และสามารถบุเข้าไปจนถึงดินแดนแห่งความโหดเหี้ยมทารุณ อันเต็มไปด้วยภูตผี และอาคมแห่งมรกตนคร พระองค์ก็จะเป็นพระมหากษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ข้าพเจ้าได้เห็นมหาสมบัติขุมเพชร อันเหลือคณาภายในขุมทรัพย์พระอุมานี่แล้ว ด้วยตาของข้าพเจ้าเองปรากฏอยู่เบื้องหน้า ก่อนกาลมรณะของข้าพเจ้า แต่โดยการทรยศหักหลังของวาชิกา นางแม่มดมหาอุบาทว์ ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถนำออกมาได้ แม้แต่ชีวิตของข้าพเจ้าเอง ขอให้ท่านผู้ที่มาตามทางในลายแทงนี้จงพยายามฝ่าความกันดารของถันพระอุมาทางเบื้องซ้ายจนบรรลุถึงยอดของเต้านมแห่งขุนเขาลูกนี้ ทางด้านเหนือของมันจะเป็นถนนราบเรียบ กว้างใหญ่ ที่พระศิวะได้สร้างไว้ จากนั้นเป็นเวลาสามวันในการเดินทาง ตามถนนสายนั้นก็จะบรรลุถึงมหาปราสาทของพระอุมาเทวี ขอให้เขาจงสังหารแม่มดวาชิกาเสียด้วย เป็นการแก้แค้นให้แก่วิญญาณของข้าพเจ้า…ลาก่อน

ตัวนิยายเองมีรายละเอียดในเชิงแผนการเดินทางและทิศทางค่อนข้างมาก ผมเริ่มอ่านตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556 และอ่านจบช่วง ธ.ค. 2557 ถ้าอ่านแล้วลองเปรียบเทียบกับแผนที่ ที่แฟนๆ หนังสือช่วยกันทำก็จะทำให้ได้อรรถรสมากขึ้นครับ